แห่ชิงขุมทรัพย์ทีวีดาวเทียม

Last updated: Oct 18, 2017  |  8018 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวสารอัพเดท




แนวรบทีวีดาวเทียมระอุไม่เลิก อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายดาหน้าเพิ่มช่องออกอากาศกันอุตลุด สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมคาดแนวโน้มมีช่องใหม่เปิดเพิ่ม 20-25 ช่องทุกปี ส่งผลธุรกิจจานดาวเทียมระอุ "สามารถ" ชี้เทรนด์โตเบาะ ๆ 30% ต่อปี "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" ใจป้ำสุด ๆ เปิดเกมแจกจานฟรี ส่วน "ดีทีวี" ประกาศรุกหนัก ผนึกตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ งัดแคมเปญ "เก่าแลกใหม่" กระตุ้นคนดูเปลี่ยนพฤติกรรม


ภาพการทยอยเปิดตัวเข้าสู่ธุรกิจเคเบิลทีวีผ่านดาวเทียมหรือทีวีดาวเทียมมีให้เห็นเป็นระยะ ๆ รวมถึงมีการเปิดช่องรายการของกลุ่มผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่- รายเล็กอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับช่องโหว่ด้านกฎหมายส่งผลให้ปัจจุบันมีช่องทีวีดาวเทียมในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเต็มน่านฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองที่ใช้เป็นช่องทางสร้างฐานมวลชนของตัวเอง

การเติบโตของทีวีดาวเทียมส่งผลให้การแข่งขันของตลาดนี้เริ่มเปลี่ยนไปสู่ตลาดจานดาวเทียมอย่างชัดเจน ด้วยการทำแคมเปญบวกกับช่องออกอากาศแบบฟรี ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นให้คนดูเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาติดจานดาวเทียมเพิ่มมากขึ้นด้วย
 แห่ชิงขุมทรัพย์ทีวีดาวเทียม เดินหน้าเปิดช่องเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมที่คาดหวังรายได้จากธุรกิจดาวเทียมและเป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจหลัก ๆ ยังเป็นกลุ่มบริษัทบันเทิงรายใหญ่ที่มีคอนเทนต์อยู่ในมือเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์ทีวีในเครือไลฟ์ อินเตอร์คอร์ ปอเรชั่น ซึ่งเป็นรายแรก ๆ ที่ขยับเข้าสู่ธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมในยุคแรก ๆ ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 5 ช่อง ล่าสุดได้เปิดอีก 4 ช่อง ขณะที่บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ วางแผนที่จะขยายงานในส่วนทีวีดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง และมีแผนเปิดช่องเบิร์ด แชนนอลเพิ่มอีก 1 ช่องในช่วงต้นปีหน้า หลังจากที่เพิ่งเข้าไปร่วมกับบริษัท แฟมิลี่ โนฮาว บริหารช่องมันนี่ แชนนอล จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการไปแล้ว 4 ช่อง


 ส่วนอาร์เอสได้เปิดไปแล้ว 2 ช่อง ขณะที่กันตนาที่เปิดให้บริการแล้ว 2 ช่อง นอกจากนี้ยังมี มีเดีย ออฟ มีเดียส์ที่ปัจจุบันเปิด 1 ช่อง และปลายปีนี้มีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 1 ช่อง บริษัทเอพลัส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ของเสี่ยติ่ง-กิตติภัทร รุ่งธนกิจ เจ้าพ่อวิทยุภูธร เตรียมลงทุน 80 ล้าน เปิดอีก 2 ช่อง รวมทั้งกลุ่มบริษัท อสมท เตรียมเปิดตัวอีก 5 ช่อง จากที่เปิดแล้ว 2 ช่อง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ อาทิ เจเอสแอล, เวิร์คพ้อยท์ฯ, ช่อง 3 เป็นต้น

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนากิจ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ได้วิเคราะห์ภาพของธุรกิจทีวีดาวเทียมว่า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีช่องทีวีดาวเทียมใหม่เกิดขึ้นราว 10-15 ช่อง โดยมีทั้งรายเดิมที่ลงทุนเพิ่มและนักลงทุนหน้าใหม่ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 ช่อง ในช่วงครึ่ง ปีหลังนี้ ทั้งนี้เชื่อว่าปี 2552-2553 นี้จะเป็นโอกาสทองของธุรกิจทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี โดยเชื่อว่าจะมีช่องทีวีดาวเทียมเพิ่มขึ้นราว 20-25 ช่อง/ปี คาดว่าภายในอีก 5 ปีนับจากนี้ไปฐานผู้ชมของทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีจะมีสัดส่วนใกล้เคียงกับกลุ่มผู้ชมฟรีทีวี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปัจจุบันที่ยังไม่มีหน่วยงานใดที่มีอำนาจในการกำกับดูแลการให้บริการทีวีผ่านดาวเทียม เนื่องจาก พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ยังไม่มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติขึ้นมากำกับดูแล และมีเพียงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ปฏิบัติหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว โดยให้มีอำนาจในการออกใบอนุญาตชั่วคราวแก่ผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชนและกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ (เคเบิลทีวี) เท่านั้น ขณะที่ร่างกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ยังอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา ทำให้ช่วงนี้เสมือนเป็นช่วงสุญญากาศที่ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลทีวีดาวเทียม
นาทีทองแย่งเค้กฟรีทีวี

นายเกษม อินทร์แก้ว นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ถือเป็นโอกาสทองของธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม และคาดว่าในอีก 3-5 ปี เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมจะเข้ามาแบ่งส่วนแบ่งมูลค่าตลาดโฆษณาของฟรีทีวีที่มีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ในปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้น

ด้านนางวรรณี รัตนพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินิทิเอทีฟว์ จำกัด บริษัทวางแผนและซื้อสื่อโฆษณาในเครือไอพีจี กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการรับสื่อจากฟรีทีวีไปหาเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมอย่างชัดเจน จากการเก็บตัวเลขพบว่าในปีนี้มีอัตราการขยายตัวของกลุ่มผู้รับสื่อเพิ่มขึ้นถึง 58% หรือประมาณ 6.3 ล้านครัวเรือน โดยมีการขยายตัวของครัวเรือนที่ติดจานรับสัญญาณดาวเทียม (KU-Band, C-Band) เพิ่มขึ้น 400% เป็นสมาชิกทรูวิชั่นส์เพิ่มขึ้น 50% และสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 20% ซึ่งโดยรวมยังพบว่าตลาดมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

"จากแนวโน้มดังกล่าวบวกกับการที่กฎหมายใหม่เปิดทางให้เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมมีโฆษณา ส่งผลให้ทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์และผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียมต่างออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นตลาดมากขึ้น"
จานดาวเทียมแข่งขันคึกคัก

นายวัฒนะ วุฒิรัตน์ รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท สามารถวิศวกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียมรายใหญ่ กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจจานรับสัญญาณดาวเทียมว่า มีแนวโน้มเข้าไปทดแทนเสาอากาศมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีมีราคาถูกลงและอยู่ในระดับที่หาซื้อได้ง่าย จากเดิมเคยขายอยู่ที่จานละแสนบาทเหลือเพียงไม่กี่พันบาท ในปัจจุบัน

นอกจากนี้จานดาวเทียมยังรับช่องโทรทัศน์ได้มากกว่าทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 20-30% ทุกปี ขณะที่ยอดขายเสาอากาศลดลงประมาณ 50% ปัจจุบันประเทศไทยมีจานรับสัญญาณดาวเทียม 4 ล้านจาน แบ่งเป็นจาน C-Band ใช้งานในต่างจังหวัด 2 ล้านจาน และจาน KU-Band ที่ส่วนใหญ่ใช้รับสัญญาณในกรุงเทพฯ 2 ล้านจาน

สำหรับระบบเคยูแบนด์แบ่งเป็นของทรูวิชั่นส์ประมาณ 1.2 ล้านจาน ของ DTV 4 แสนจาน และสามารถฯอีก 2 แสนจาน ส่วนระบบซีแบนด์ทั้งสามารถฯและ PSI มีส่วนแบ่งตลาดที่ใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 30%

"นอกจากตลาดจานที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ปัจจัยที่มีธุรกิจผู้ให้บริการทีวีดาวเทียมเพิ่มมากขึ้น จากทีวีปกติมีไม่กี่ช่อง ทำให้มีคอนเทนต์ผ่านดาวเทียมเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ส่งผลให้ความนิยมในการใช้จานรับสัญญาณดาวเทียมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย"


นายเดียว วรตั้งตระกูล กรรมการผู้จัดการ จีเอ็มเอ็ม บรอดคาสติ้ง กล่าวว่า ได้ทำแคมเปญกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาดูรายการทีวีผ่านจานดาวเทียมและเคเบิลทีวีมากขึ้น ด้วยการจัดแคมเปญ "ทราบแล้ว... เปลี่ยน" แจกจานดาวเทียมหรือเคเบิลทีวีให้รถที่ติดไฟแดงคันแรกทุกคัน ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน-1 ธันวาคมนี้

นายพรวุฒิ อมราสิงห์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีทีวี เซอร์วิส จำกัด ผู้จำหน่ายจานดาวเทียมในย่านความถี่เคยู-แบนด์ ภายใต้แบรนด์ DTV เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจานรับสัญญาณดาวเทียมมีอัตราการขายตัวเพิ่มขึ้น 15-20% ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ประกอบกับปัจจุบันมีผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่เข้ามาป้อนคอนเทนต์ หันมาทำตลาดร่วมกับผู้ผลิตจานเพิ่มขึ้น จึงมีนโยบายทำการตลาดเชิงรุกในช่วง 2 เดือนสุดท้ายอย่างหนัก

ด้วยการร่วมกับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศจัดแคมเปญ "เก่าแลกใหม่" ให้ลูกค้านำเสาอากาศแบบเก่าหรือเสาก้างปลาและจานรับสัญญาณดาวเทียมเก่ามาแลกจานเหลืองดีทีวีใหม่ได้ในราคา 2,950 บาท พร้อมค่าติดตั้ง จากปกติขายในราคา 3,250 บาท เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการรับชมทีวีจากเสาอากาศ แบบเดิมมาเป็นจานดาวเทียมเร็วขึ้น

นายสายชล โพธิ์ศรีทอง เจ้าของร้าน ส.ดิจิตอล ตัวแทนจำหน่ายจานดาวเทียมรายใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ช่วง 1-2 ปีนี้ตลาดจานดาวเทียมในเชียงใหม่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากวัดยอดจำหน่ายของร้านพบว่าที่ผ่านมา จานแดงของค่ายทรูวิชั่นส์มีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 80% แต่ในช่วงปี 2551 เป็นต้นมายอดจำหน่ายจานแดงทรูวิชั่นส์ลดลงเหลือเพียง 30% เนื่องจากถูกจานดาวเทียมค่ายอื่น ๆ แย่งตลาดไป โดยเฉพาะจานดำของค่าย PSI มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 30% ซึ่งมีปัจจัยด้านราคามาเป็นแรงจูงใจ เมื่อรวมราคาค่าติดตั้งแล้วอยู่ที่ 2,900-3,500 บาท และยังมีช่องรายการถึง 100 ช่อง และอีกปัจจัยก็คือ การมีช่องสัญญาณถ่ายทอดความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ

"การเติบโตของตลาดจานดาวเทียมที่สูงขึ้นในช่วง 1-2 ปีนี้ส่งผลให้การแข่งขันของตลาดรุนแรงขึ้นมาก ส่วนใหญ่แข่งกันด้านราคาเป็นหลัก"

แหล่งข่าวในวงการเมืองเปิดเผยว่า ความขัดแย้งทางการเมือง 1-2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนได้หันมาสนใจข้อมูลข่าวสารทางการเมืองมากขึ้น ทำให้กลุ่มการเมืองแต่ละฝ่ายได้เปิดช่องรายการข่าวของฝ่ายตนเอง ได้แก่ กลุ่มสีเหลือง นำโดย เอเอสทีวี ขณะที่กลุ่มสีแดง จากเดิมเปิดช่อง "ดีสเตชั่น" ได้เปลี่ยนไปเป็น VOICE ที่เคยประกาศว่าจะขยายเป็น 100 ช่อง เพื่อสื่อสารตรงถึงขั้วการเมืองอย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นการสื่อทางเดียวที่มีประสิทธิภาพสูง ยิ่งการเมืองร้อนแรง การใช้สื่อสารผ่านดาวเทียมจะยิ่งเพิ่มช่องสัญญาณมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า กลุ่มสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ของนายเนวิน ชิดชอบ ก็กำลังเตรียมการลงทุนในสื่อดาวเทียม ไม่นับรวมกลุ่มพญานาค ของนายพินิจ จารุสมบัติ ที่กำลังเตรียมทีมงานทีวีดาวเทียม

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4159  ประชาชาติธุรกิจ





Powered by MakeWebEasy.com